ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ทำความรู้จักเชื้อแอนแทรกซ์ (Anthrax)

เชื้อแอนแทรกซ์คืออะไร?

เชื้อแอนแทรกซ์ (Anthrax) เป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่เกิดจากแบคทีเรีย Bacillus anthracis ซึ่งสามารถพบได้ในดินและสัตว์กินพืช เช่น วัว ควาย แพะ แกะ เป็นต้น โรคนี้สามารถติดต่อสู่คนได้ผ่านทางการสัมผัสกับสัตว์ป่วยหรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่ปนเปื้อนเชื้อแอนแทรกซ์, การหายใจเอาสปอร์ของเชื้อเข้าไป, หรือการรับประทานเนื้อสัตว์ที่ปนเปื้อนเชื้อ

อาการของโรค

อาการของโรคแอนแทรกซ์จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับช่องทางการรับเชื้อ โดยทั่วไปมี 3 รูปแบบหลัก:
แอนแทรกซ์ทางผิวหนัง: เป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยที่สุด โดยจะเริ่มจากตุ่มเล็ก ๆ ที่ไม่เจ็บปวด จากนั้นจะกลายเป็นแผลพุพองและตกสะเก็ดสีดำคล้ายถ่าน

แอนแทรกซ์ทางการหายใจ: เป็นรูปแบบที่รุนแรงที่สุด เริ่มต้นด้วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ จากนั้นจะมีอาการหายใจลำบากและช็อกในที่สุด

แอนแทรกซ์ทางระบบทางเดินอาหาร: เกิดจากการรับประทานเนื้อสัตว์ที่ปนเปื้อนเชื้อ ทำให้มีอาการปวดท้อง อาเจียน ท้องเสีย และอาจมีเลือดออกในทางเดินอาหาร


การป้องกันและรักษา

การป้องกันโรคแอนแทรกซ์ทำได้โดย:
หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ป่วยหรือตายโดยไม่ทราบสาเหตุ สวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น ถุงมือและหน้ากาก เมื่อต้องสัมผัสกับสัตว์หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ปรุงสุกเนื้อสัตว์ให้ดีก่อนรับประทานรับวัคซีนป้องกันโรคแอนแทรกซ์ (สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง)


สำหรับการรักษา โรคแอนแทรกซ์สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ เช่น เพนิซิลลิน ดอกซีไซคลิน หรือซิโปรฟลอกซาซิน หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที โอกาสในการหายจากโรคก็จะสูงขึ้น 2

สถานการณ์ในประเทศไทย

ถึงแม้ว่าโรคแอนแทรกซ์จะไม่ค่อยพบในประเทศไทย แต่ก็ยังคงมีความเสี่ยงอยู่บ้าง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการเลี้ยงสัตว์ 3 ดังนั้น การเฝ้าระวังและให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับโรคนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและการเจ็บป่วยจากโรคแอนแทรกซ์

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หลอดใส่เลือดมี่กี่ชนิด (tube เลือดมี่กี่ชนิด)

        หลาย ๆ ท่านอาจสงสัยนะครับว่าเวลามีนัดต้องไปพบแพทย์ และเมื่อถึงเวลาเจาะเลือด ทำไมถึงต้องเก็บเลือดเราไปทีละหลาย ๆ หลอดและในการนัดแต่ละครั้งก็มีการเจาะเลือดไปไม่เหมือนเดิมกับครั้งก่อน วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกันครับว่าหลอดใส่เลือดแต่ละแบบมีความแตกต่างกันอย่างไร         ปัจจุบันในทางการแพทย์หลอดสำหรับเก็บตัวอย่างเลือดนั้นถูกพัฒนามาหลายรูปแบบด้วยกัน เพื่อให้มีประสิทธิภาพสำหรับตรวจทางห้องปฏิบัติการรวมถึงระยะในการเก็บรักษาตัวอย่างเลือดให้มีความเหมาะสม และมีประสิทธิภาพสูงสุดตามวัตถุประสงค์ของการตรวจทางห้องปฏิบัติการครับ สำหรับในวันนี้จะพามาทำความรู้จักกับหลอดเลือดพื้นฐานที่ใช้ในการตรวจประจำของโรงพยาบาลโดยทั่วไปครับ  สิ่งที่อยู่ในหลอดเลือดแต่ละสี        สิ่งที่อยู่ข้างในหลอดเลือดสีต่าง ๆ คือ สารเคมีที่ป้องกันการแข็งตัวของเลือด (สารกันเลือดแข็ง) โดยในหลอดแต่ละสีก็จะมีสารกันเลือดแข็งคนละชนิดกันครับ ซึ่งสาเหตุที่ต้องใช้สารกันเลือดแข็งหลายชนิด ไม่สามารถใช้ชนิดเดียว หรือหลอดเดียวสำหรับารตรวจได้ทั้งหมดก็เพราะว่าส...

DNA ตอนที่ 1 : DNA คืออะไร และโครงสร้างของ DNA

สารพันธุกรรม (genetic materials) ห มายถึงสารที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูลพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตทั้งสิ่งมีชีวิตระดับโปรคาริโอต (prokaryote) และยูคาริโอต (eukaryote) โดยสารพันธุกรรมประกอบด้วย ดีเอ็นเอ (deoxyribonucleic acid หรือ DNA) และอาร์เอ็นเอ (ribonucleic acid หรือ RNA) การเก็บรักษาข้อมูลพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตเกิดจากการเรียงลำดับของหน่อยย่อยที่สุดของ DNA และ RNA อย่างเป็นระเบียบและมีความหมาย ซึ่งหน่อยย่อยของดีเอ็นเอและอาร์เอ็นเอเราเรียกว่า นิวคลีโอไทด์ (nucleotide) สิ่งมีชีวิตจะทำการแปลรหัสข้อมูลนิวคลีโอไทด์เหล่านี้ออกมาเป็นโปรตีนเพื่อทำหน้าที่ต่าง ๆ ของเซลล์หรือร่างกายของสิ่งมีชีวิตต่อไปผ่านการทำงานร่วมกันตั้งแต่ DNA RNA ไปจนถึงขั้นตอนการสั่งเคราะห์โปรตีน อย่างไรก็ตามสิ่งมีชีวิตบางประเภทจะเก็บข้อมูลพื้นฐานของตัวเองในรูปแบบของ RNA เท่านั้น เช่นไวรัสในกลุ่มรีโทรไวรัส หรือที่เรารู้จักกันดีก็คือไวรัสโควิด ภาพที่ 1 แสดงโครงสร้างจำลองของ DNA ที่มาภาพ : http://becuo.com/red-dna-wallpaper   DNA (deoxyribonucleic acid )                  D...

ความแตกต่างระหว่าง Leukemoid Reaction และ Chronic myeloid leukemia (CML)

***แก้ไขหน่วยในภาพ cell/ml เป็น cell/ul Leukemoid Reaction (LR) คือ ภาวะหนึ่งที่ร่างกายมีการสร้างเม็ดเลือดขาวออกมาในปริมาณมาก (>50,000 cell/ul) เพื่อตอบสนองต่อ ภาวะความผิดปกติบางอย่าง เช่นภาวะการติดเชื้ออย่างรุนแรง (severe infection)  เม็ดเลือดขาวที่เพิ่มขึ้นผิดปกติจำนวนมากจะเป็น mature cells  แต่ก็อาจพบเม็ดเลือดขาวระยะตัวอ่อนได้บ้างซึ่งการที่เราพบเม็ดเลือดตัวอ่อนในเลือดจะเรียกว่า Shift to the left  โดยเมื่อส่องดูเสมียร์เลือด (blood smear) ด้วยกล้องจุลทรรศน์แล้วจะพบว่ามีลักษณะที่คล้ายกับโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิด Chronic myeloid leukemia (CML) แต่ก็มีลักษณะที่สามารถทำให้แยกออกจากกันได้ครับโดยการวินิจฉัย LR นั้นจะเป็น exclusion criteria ของมะเร็งเม็ดเลือดขาว CML เช่น ความผิดปกติของเม็ดเลือดแดง เกร็ดเลือด และชนิดของเม็ดเลือดขาวตัวเต็มวัย หรือการเพิ่มขึ้นของค่า  Leukocyte alkaline phosphatase (LAP)  ใน LR Chronic myeloid leukemia (CML) เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวในสาย myeloid ชนิดเรื้องรัง โดยผู้ป่วย CML ส่วนใหญ่มีสาเหตุการเกิดโรคมาจากการกลายพั...