บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ ความรู้ทางการแพทย์

ไขข้อข้องใจ "งดน้ำงดอาหาร" ก่อนเจาะเลือด ดื่มน้ำเปล่าได้จริงหรือ?

รูปภาพ
ทำไมต้องงดอาหาร? เมื่อเราทานอาหาร ร่างกายจะย่อยและดูดซึมสารอาหารเข้าสู่กระแสเลือดทันที เช่น น้ำตาล (Glucose) และไขมัน (Triglycerides) หากเราเจาะเลือดหลังทานอาหาร ค่าที่ได้จะเป็นค่า "หลังอาหาร" ซึ่งไม่สามารถใช้เป็นมาตรฐานในการวินิจฉัยโรคบางชนิดได้ แพทย์จึงต้องการค่า basal state หรือสภาวะที่ร่างกายพักผ่อนและไม่มีการดูดซึมสารอาหารใหม่ๆ เข้าไปเพิ่มเติมครับ น้ำเปล่า: ข้อยกเว้นที่สำคัญ ในงานทางเทคนิคการแพทย์ หรือห้องแล็ปนั้น "การดิ่มน้ำเปล่า" ไม่ส่งผลกระทบต่อระดับน้ำตาลหรือไขมันในเลือด ในทางกลับกัน การดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอมีข้อดีดังนี้: ช่วยให้เจาะเลือดง่ายขึ้น : น้ำทำให้ปริมาตรเลือดในเส้นเลือดดำคงตัว เส้นเลือดไม่ยุบตัว ทำให้นักเทคนิคการแพทย์หาเส้นได้ง่าย ลดอาการหน้ามืด : การงดอาหารอาจทำให้บางคนวูบได้ การมีน้ำในระบบช่วยรักษาระดับความดันโลหิต ผลตรวจปัสสาวะชัดเจน : หากต้องตรวจปัสสาวะร่วมด้วย การดื่มน้ำจะช่วยให้มีตัวอย่างส่งตรวจเพียงพอ ข้อควรระวัง คือ การดื่ม "น้ำ" ที่ไม่ใช่ "น้ำเปล่า" สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดคือการจิบ กาแฟดำ (ไม่ใส่น้ำตาล) หรือ ชา เพราะ...

นักเทคนิคการแพทย์วินิจฉัยเชื้อโรคได้ยังไง

เบื้องหลังผลแล็บ: นักเทคนิคการแพทย์ตรวจเชื้อโรคได้อย่างไร? เวลาเราเจ็บป่วยแล้วไปโรงพยาบาล หลายครั้งที่คุณหมอจะสั่ง เจาะเลือด หรือ เก็บตัวอย่างปัสสาวะ/อุจจาระ เพื่อส่งตรวจแล็บ หลังจากนั้นไม่นาน ผลการตรวจก็จะออกมาบอกว่าเราติดเชื้ออะไร ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้มาจากเครื่องจักรเพียงอย่างเดียว แต่มาจากกระบวนการวิเคราะห์เชิงวิทยาศาสตร์ของ นักเทคนิคการแพทย์ (Medical Technologist) ผู้ทำหน้าที่เป็นนักสืบในห้องปฏิบัติการนั่นเองครับ แล้วนักเทคนิคการแพทย์รู้ได้อย่างไรว่าในร่างกายคนไข้มีเชื้อโรคชนิดไหนแอบซ่อนอยู่?  นี่คือ 4 วิธีหลักที่ใช้ในการวินิจฉัยครับ 1. การส่องกล้อง: การมองหา "รูปร่าง" ของผู้ร้าย วิธีที่คลาสสิกที่สุดคือการส่องกล้องจุลทรรศน์ นักเทคนิคการแพทย์จะนำตัวอย่างมาป้ายลงบนกระจกสไลด์ แล้วทำการ ย้อมสี (Staining)  โดนมี คอนเซปต์ง่ายๆ: ลองนึกภาพว่าเชื้อโรคส่วนใหญ่มีลักษณะใสเหมือนวุ้น ถ้าเราไม่ระบายสีเราจะมองไม่เห็น การย้อมสีที่นิยมที่สุดคือ Gram Stain ซึ่งจะแบ่งแบคทีเรียออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือกลุ่มที่ติดสีม่วง (Gram-positive) และกลุ่มที่ติดสีแดง (Gram-negative) การวินิจฉัย: นักเท...

ไข้กาฬหลังแอ่น โรคติดเชื้อรุนแรงที่อันตรายกว่าที่คุณคิด

รูปภาพ
ไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal Disease)      ในบรรดาโรคติดต่อทางเดินหายใจ หลายคนอาจจะนึกถึงไข้หวัดใหญ่หรือโควิด-19 เป็นอันดับต้นๆ แต่รู้ไหมครับว่ามีอยู่โรคหนึ่งที่ รุนแรง รวดเร็ว และอันตรายถึงชีวิต หากรักษาไม่ทันท่วงที นั่นคือ ไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal Disease) วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่าโรคนี้คืออะไร และเราจะป้องกันตัวเองได้อย่างไรครับ      ไข้กาฬหลังแอ่นเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Neisseria meningitidis ซึ่งสามารถทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อหุ้มสมองและไขสันหลัง หรือการติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง คำว่า "หลังแอ่น" ชื่อนี้มาจากอาการเด่นของโรคครับโดยในสมัยก่อนที่ผู้ป่วยจะมีอาการคอแข็ง หลังแข็ง จนตัวเกร็งและแอ่นไปข้างหลังนั่นเองครับ อาการที่ต้องเฝ้าระวัง (Red Flags) โรคนี้ความน่ากลัวอยู่ที่ "ความเร็ว" เพราะอาการอาจทรุดหนักได้ภายใน 24 ชั่วโมง โดยมีสัญญาณเตือนดังนี้ครับ: ไข้สูงเฉียบพลัน: หนาวสั่น ปวดหัวอย่างรุนแรง อาการทางระบบประสาท: คอแข็งตึง (ก้มหน้าไม่ลง) อาเจียนพุ่ง สับสน หรือซึมลง ผื่นเลือดออก: นี่คือสัญลักษณ์สำคัญ! จะเริ่มจากจุดแดงเล็ก...

คุณแม่ตั้งครรภ์ควรตรวจ NIPT ไหม?

คุณแม่ตั้งครรภ์ควรตรวจ NIPT ไหม?      เมื่อคุณพ่อคุณแม่ทราบข่าวดีว่ากำลังจะมีเจ้าตัวเล็ก อีกหนึ่งคำถามสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่มักจะต้องเจอเมื่อไปฝากครรภ์คือ "คุณแม่จะตรวจ NIPT ไหมคะ?" ในยุคที่เทคโนโลยีการแพทย์ก้าวหน้า คลินิกและโรงพยาบาลต่างนำเสนอแพ็กเกจการตรวจมากมายจนอาจทำให้สับสน บทความนี้จะพาไปเจาะลึกหลักการทางวิทยาศาสตร์เบื้องหลังการตรวจ NIPT แบบเข้าใจง่าย เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้อย่างรอบด้านและคุ้มค่าที่สุดครับ NIPT คืออะไร? ทำงานอย่างไร?      NIPT (Non-Invasive Prenatal Testing) คือการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์จากเลือดของคุณแม่ โดยไม่ต้องเจาะน้ำคร่ำ (จึงปลอดภัยต่อทารก 100%) อธิบายให้เห็นภาพ : ที่ "รก" จะมีเศษของดีเอ็นเอ (DNA) ของทารก หลุดลอยปะปนออกมาใน "กระแสเลือดของคุณแม่" นักวิทยาศาสตร์จะทำการเจาะเลือดคุณแม่เพียงเล็กน้อย เพื่อเอาเลือดของแม่ไปตรวจกรองหาดีเอ็นเอ (Cell-free DNA) ของทารกที่ลอยอยู่ นำมาเรียงต่อกันและนับจำนวนดูว่า มีโครโมโซมคู่ไหนที่ขาดหายไป หรือมีส่วนไหนเกินมาหรือไม่ (โดยปกติคนเราต้องมีโครโมโซม ...

Epigenetic Clock หรือ "อายุชีวภาพ" ระดับ DNA ที่กำลังฮิตในไทย วิทยาศาสตร์หรือแค่การตลาด?

เจาะลึก Epigenetic Clock: "อายุชีวภาพ" ระดับ DNA ที่กำลังฮิตในไทย... วิทยาศาสตร์หรือแค่การตลาด? ช่วงนี้หลายคนอาจจะเริ่มเห็นโฆษณาแพ็กเกจตรวจสุขภาพแนวใหม่จากศูนย์ดูแลสุขภาพชั้นนำในไทยที่ชูจุดขายเรื่องของการตรวจ "อายุชีวภาพ" (Biological Age) หรือที่ในวงการแพทย์เรียกว่า Epigenetic Clock  โดยการตรวจนี้เคลมว่าสามารถบอกได้ว่า ร่างกายของเรา "แก่" กว่าหรืออ่อนกว่าอายุจริงในบัตรประชาชน ฟังดูเหมือนเทคโนโลยีในหนังไซไฟใช่ไหมครับ แต่วันนี้มันกลายมาเป็นบริการที่จับต้องได้แล้ว คำถามคือ ในมุมมองของวิทยาศาสตร์ เรื่องนี้เชื่อถือได้แค่ไหน? และคุ้มค่าที่จะจ่ายเงินหลักหมื่นเพื่อตรวจหรือไม่? Epigenetic Clock คืออะไร? ก่อนอื่นต้องแยกให้ออกระหว่างรหัสพันธุกรรม (DNA) กับ กลไกเหนือพันธุกรรม (Epigenetics) โดยสมมติเพื่อให้เข้าใจง่ายนะครับ ลองจินตนาการว่า DNA ของเราคือ "ฮาร์ดแวร์" หรือคอมพิวเตอร์ ที่เราได้มาตั้งแต่เกิด ซึ่งเปลี่ยนไม่ได้ ส่วน Epigenetics คือ "ซอฟต์แวร์" ที่คอยสั่งการว่ายีนตัวไหนควรเปิด (ทำงาน) หรือปิด (หยุดพัก) (**เปลี่ยนไม่ได้นอกจากจะมีตัวมากระตุ...

ยีน BRCA1/2 คืออะไร

ยีน BRCA1 และ BRCA2 คืออะไร? BRCA1 (ย่อมาจาก BReast CAncer gene 1) และ BRCA2 ( ย่อมาจาก BReast CAncer gene 2) เป็นยีนที่ทำหน้าที่สร้างโปรตีนที่ช่วยซ่อมแซมความเสียหายของดีเอ็นเอ โดยเราทุกคนมียีนทั้งสองชนิดนี้อย่างละสองชุดซึ่งได้รับจากพ่อและแม่อย่างละชุด ผู้ที่ได้รับการถ่ายทอดการเปลี่ยนแปลงของยีน (mutation หรือ pathogenic variant) ในยีน BRCA1 หรือ BRCA2 จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อการเกิดมะเร็งหลายชนิด โดยเฉพาะมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงต่อมะเร็งชนิดอื่น ๆ ด้วย ผู้ที่มียีน BRCA1 หรือ BRCA2 ที่ผิดปกติมักจะมีแนวโน้มเกิดมะเร็งในวัยที่อายุน้อยกว่าผู้ที่ไม่มียีนผิดปกติชนิดนี้ โดยทั่วไปแล้ว ผู้ที่ได้รับยีน BRCA1 หรือ BRCA2 ที่ผิดปกติมาจากพ่อหรือแม่เพียงฝ่ายเดียว มักจะยังมียีนอีกหนึ่งชุดที่เป็นปกติจากอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งยีนชุดปกตินี้เพียงพอที่จะช่วยปกป้องเซลล์ไม่ให้กลายเป็นมะเร็งได้ อย่างไรก็ตาม ยีนปกตินี้อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือสูญเสียไปในช่วงชีวิตของบุคคลหนึ่ง ซึ่งเราเรียกการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ว่า somatic alteration (การกลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นภายหลัง ไม่ใช่จากการถ่ายทอดทาง...

ทำความรู้จักเชื้อแอนแทรกซ์ (Anthrax)

เชื้อแอนแทรกซ์คืออะไร? เชื้อแอนแทรกซ์ (Anthrax) เป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่เกิดจากแบคทีเรีย Bacillus anthracis ซึ่งสามารถพบได้ในดินและสัตว์กินพืช เช่น วัว ควาย แพะ แกะ เป็นต้น โรคนี้สามารถติดต่อสู่คนได้ผ่านทางการสัมผัสกับสัตว์ป่วยหรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่ปนเปื้อนเชื้อแอนแทรกซ์, การหายใจเอาสปอร์ของเชื้อเข้าไป, หรือการรับประทานเนื้อสัตว์ที่ปนเปื้อนเชื้อ อาการของโรค อาการของโรคแอนแทรกซ์จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับช่องทางการรับเชื้อ โดยทั่วไปมี 3 รูปแบบหลัก: แอนแทรกซ์ทางผิวหนัง: เป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยที่สุด โดยจะเริ่มจากตุ่มเล็ก ๆ ที่ไม่เจ็บปวด จากนั้นจะกลายเป็นแผลพุพองและตกสะเก็ดสีดำคล้ายถ่าน แอนแทรกซ์ทางการหายใจ: เป็นรูปแบบที่รุนแรงที่สุด เริ่มต้นด้วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ จากนั้นจะมีอาการหายใจลำบากและช็อกในที่สุด แอนแทรกซ์ทางระบบทางเดินอาหาร: เกิดจากการรับประทานเนื้อสัตว์ที่ปนเปื้อนเชื้อ ทำให้มีอาการปวดท้อง อาเจียน ท้องเสีย และอาจมีเลือดออกในทางเดินอาหาร การป้องกันและรักษา การป้องกันโรคแอนแทรกซ์ทำได้โดย: หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ป่วยหรือตายโดยไม่ทราบสาเหตุ สวมอุปกรณ์ป้องกั...

นาฬิกาชีวภาพ (biological clock) คืออะไร

รูปภาพ
นาฬิกาชีวภาพ (Biological Clock) คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมคนเราถึงรู้สึกง่วงได้ในเวลาเดิมๆ ทุกวัน หรือทำไมร่างกายของเราถึงทำงานได้ดีที่สุดในช่วงเวลาที่แตกต่างกันครับ? คำตอบนั้นอยู่ที่ "นาฬิกาชีวภาพ" (Biological Clock) ซึ่งเป็นระบบภายในร่างกายที่ควบคุมจังหวะการทำงานต่าง ๆ ให้เป็นไปตามธรรมชาติทุกๆ วันนั้นเองครับ นาฬิกาชีวภาพคืออะไร? นาฬิกาชีวภาพคือระบบควบคุมภายในร่างกายที่ทำหน้าที่เหมือนนาฬิกาให้กับตัวเราครับ สิ่งนี้จะคอยกำหนดจังหวะการทำงานของร่างกายเราตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่เรียกว่า "จังหวะเซอร์คาเดียน" (Circadian Rhythm) โดยนาฬิกาชีวภาพนี้ควบคุมการทำงานต่างๆ เช่น: การนอนหลับและการตื่น: กำหนดเวลาที่เราจะรู้สึกง่วงและตื่นตัว การหลั่งฮอร์โมน: ควบคุมการหลั่งฮอร์โมนต่างๆ เช่น เมลาโทนิน (ฮอร์โมนการนอนหลับ) และคอร์ติซอล (ฮอร์โมนความเครียด) อุณหภูมิร่างกาย: ควบคุมอุณหภูมิร่างกายให้เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา การย่อยอาหาร: ควบคุมการทำงานของระบบย่อยอาหาร นาฬิกาชีวภาพทำงานอย่างไร? นาฬิกาชีวภาพหลักอยู่ในสมองส่วนที่เรียกว่า "สุปราไคแอสมาติก นิวเคลียส" (Suprachiasmatic Nucleus...

NAD พลังแห่งการฟื้นฟูในระดับเซลล์ สู่เทรนด์ใหม่ในการดูแลสุขภาพ

รูปภาพ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทรนด์การดูแลสุขภาพเชิงลึกหรือ wellness ได้รับความนิยมอย่างมากครับ โดยเฉพาะแนวทางที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูในระดับเซลล์ และหนึ่งในสารชีวโมเลกุลที่ถูกพูดถึงอย่างแพร่หลายในวงการนี้คือ NAD หรือ Nicotinamide Adenine Dinucleotide ซึ่งเป็นโคเอนไซม์ที่มีบทบาทสำคัญต่อการผลิตพลังงานในเซลล์ การซ่อมแซมดีเอ็นเอ และกระบวนการชะลอวัยในเซลล์ของเราเองครับ วันนี้เราจะมาทำความรู้จัก NAD กันครับ NAD คืออะไร? NAD เป็นโคเอนไซม์ที่มีอยู่ในทุกเซลล์ของร่างกาย มีบทบาทสำคัญในกระบวนการเมตาบอลิซึม โดยช่วยขนส่งอิเล็กตรอนในการสร้างพลังงานจากอาหารที่เรากิน นอกจากนี้ NAD ยังเกี่ยวข้องกับการกระตุ้นโปรตีนกลุ่ม sirtuins ซึ่งมีบทบาทในการยืดอายุของเซลล์ และส่งผลต่อการชะลอความเสื่อมของร่างกาย NAD+ กับการดูแลสุขภาพเชิงลึก ในปัจจุบัน NAD ได้รับความสนใจในฐานะ โมเลกุลแห่งการฟื้นฟู ที่มีศักยภาพในการช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวจากความเครียด ภาวะอักเสบ และแม้แต่ภาวะเสื่อมของสมอง มีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายชนิดที่มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มระดับ NAD เช่น NAD+ IV therapy , nicotinamide riboside (NR) และ nicotinamide monon...

ทำความรู้จักอาการบ้านหมุน

รูปภาพ
อาการบ้านหมุน (Vertigo) " ทำความรู้จักอาการบ้านหมุน: สาเหตุ อาการ และแนวทางการรักษา" อาการบ้านหมุน (Vertigo) เป็นอาการเวียนศีรษะที่ทำให้รู้สึกเหมือนสิ่งรอบตัวกำลังหมุนหรือเคลื่อนที่ ทั้งที่ความจริงแล้วยังอยู่กับที่ อาการนี้มักทำให้เสียสมดุล เดินลำบาก และอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน หรือหูอื้อ อาการบ้านหมุนไม่ใช่โรคแต่เป็นอาการที่เกิดจากความผิดปกติของระบบการทรงตัวในหูชั้นในหรือระบบประสาท สาเหตุของอาการบ้านหมุน อาการบ้านหมุนเกิดจากหลายปัจจัย โดยสาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่: โรคตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุด (BPPV - Benign Paroxysmal Positional Vertigo) เกิดจากผลึกแคลเซียมในหูชั้นในเคลื่อนที่ผิดตำแหน่ง ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะเมื่อเปลี่ยนท่าทางอย่างรวดเร็ว เช่น ล้มตัวลงนอนหรือเงยหน้า โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere’s Disease) มีของเหลวสะสมในหูชั้นในมากผิดปกติ ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะรุนแรง หูอื้อ และสูญเสียการได้ยินเป็นระยะ อาการอักเสบของเส้นประสาทหูชั้นใน (Vestibular Neuritis/Labyrinthitis) มักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ทำให้เส้นประสาทควบคุมสมดุลอักเสบ ส่งผลให้เกิดอาการเวียนศีร...

Digital PCR และหลักการตรวจ NIPT

  Digital PCR และหลักการตรวจ NIPT Digital PCR (dPCR) เป็นเทคนิคที่พัฒนามาจาก Polymerase Chain Reaction (PCR) แบบดั้งเดิม โดยมีความสามารถในการตรวจจับและวัดปริมาณกรดนิวคลีอิก (DNA หรือ RNA) ได้อย่างแม่นยำและละเอียดกว่าการทำ quantitative PCR (qPCR) เทคนิคนี้เหมาะสำหรับการวิเคราะห์ตัวอย่างที่มีปริมาณน้อย หรือมีเป้าหมายที่ต้องการวัดอยู่ในระดับต่ำมาก หนึ่งในการประยุกต์ใช้ที่สำคัญของ dPCR คือการตรวจคัดกรองความผิดปกติของทารกในครรภ์แบบไม่รุกล้ำ หรือ Non-Invasive Prenatal Testing (NIPT) หลักการทำงานของ Digital PCR Digital PCR มีหลักการทำงานโดยการแบ่งตัวอย่าง DNA หรือ cDNA ออกเป็นจำนวนมากของไมโครรีแอคชัน (microreaction) หรือดรอปเล็ต (droplet) แต่ละรีแอคชันจะทำปฏิกิริยา PCR แยกจากกันเป็นอิสระ และมีเพียง DNA เป้าหมายเดียวในแต่ละรีแอคชัน ผลลัพธ์จะถูกวิเคราะห์แบบไบนารี (Binary Analysis) คือ มีสัญญาณ (positive) หรือไม่มีสัญญาณ (negative) จากนั้นใช้สถิติ Poisson ในการคำนวณปริมาณของ DNA เป้าหมายที่แท้จริง หลักการตรวจ NIPT ด้วย Digital PCR NIPT อาศัยการตรวจสอบเซลล์ฟรี DNA (cfDNA) ที่อยู่ในกระแสเลือดข...

คำแนะนำการตรวจ Tumor Marker ในเลือด

คำแนะนำการตรวจ Tumor Marker ในเลือด Tumor markers เป็นสารชีวโมเลกุลที่สามารถตรวจพบได้ในเลือด ปัสสาวะ หรือเนื้อเยื่อของร่างกาย โดยมักถูกผลิตขึ้นโดยเซลล์มะเร็งหรือเซลล์ปกติที่มีการตอบสนองต่อมะเร็ง การตรวจ tumor markers ในเลือดเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยในการคัดกรอง ติดตาม และวินิจฉัยโรคมะเร็ง อย่างไรก็ตาม ค่าของ tumor markers อาจได้รับอิทธิพลจากปัจจัยอื่น เช่น ภาวะอักเสบ โรคเรื้อรัง และปัจจัยทางพันธุกรรม ดังนั้น การแปลผลต้องทำอย่างระมัดระวังร่วมกับข้อมูลทางคลินิกอื่น ๆ ประเภทของ Tumor Markers ที่นิยมตรวจในเลือด Alpha-fetoprotein (AFP) ใช้ในการตรวจหามะเร็งตับ (Hepatocellular carcinoma) สามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้มะเร็งของอัณฑะและรังไข่ ค่า AFP สูงอาจเกิดจากภาวะอื่น เช่น ตับแข็งและไวรัสตับอักเสบ Carcinoembryonic Antigen (CEA) ใช้ติดตามมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก สามารถเพิ่มขึ้นในมะเร็งตับอ่อน มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งเต้านม ระดับ CEA อาจสูงขึ้นในผู้สูบบุหรี่หรือผู้ที่มีภาวะอักเสบเรื้อรัง Prostate-Specific Antigen (PSA) ใช้คัดกรองและติดตามมะเร็งต่อมลูกหมาก ค่า PSA อาจสูงขึ้นจากภาวะอ...

สเต็มเซลล์กับการรักษาทางการแพทย์

  สเต็มเซลล์กับการรักษาทางการแพทย์ ความหมายของสเต็มเซลล์ สเต็มเซลล์ (Stem Cells) หรือ "เซลล์ต้นกำเนิด" เป็นเซลล์ที่มีความสามารถพิเศษในการแบ่งตัวและพัฒนาไปเป็นเซลล์ชนิดต่าง ๆ ในร่างกายได้ ซึ่งมีศักยภาพในการนำมาใช้เพื่อซ่อมแซมหรือทดแทนเซลล์ที่เสียหายจากโรคหรือการบาดเจ็บ ประเภทของสเต็มเซลล์ สเต็มเซลล์สามารถจำแนกออกเป็นประเภทหลัก ๆ ดังนี้: สเต็มเซลล์จากตัวอ่อน (Embryonic Stem Cells - ESCs, เซลล์ต้นกำเนิดจากตัวอ่อน) ได้มาจากตัวอ่อนในระยะบลาสโตซิสต์ (Blastocyst) มีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์ทุกชนิดในร่างกาย มีศักยภาพสูงในการใช้รักษาโรค แต่อาจมีปัญหาด้านจริยธรรม สเต็มเซลล์จากตัวเต็มวัย (Adult Stem Cells - ASCs, เซลล์ต้นกำเนิดจากตัวเต็มวัย) พบได้ในอวัยวะต่าง ๆ เช่น ไขกระดูก ผิวหนัง และไขมัน มีข้อจำกัดในการพัฒนาไปเป็นเซลล์บางประเภท ใช้รักษาโรคเลือด เช่น ลูคีเมีย และภาวะไขกระดูกฝ่อ สเต็มเซลล์มีเซนไคม์ (Mesenchymal Stem Cells - MSCs, เซลล์ต้นกำเนิดมีเซนไคม์) พบได้ในไขกระดูก ไขมัน และเนื้อเยื่อของสายสะดือ สามารถพัฒนาเป็นเซลล์กระดูก กระดูกอ่อน และไขมัน ใช้ในการรักษาโรคข้ออักเสบ ...

ไข้หวัดใหญ่: โรคติดต่อทางเดินหายใจที่ควรรู้

ไข้หวัดใหญ่: โรคติดต่อทางเดินหายใจที่ควรรู้ ความหมายของไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่เกิดจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza Virus) ซึ่งสามารถแพร่กระจายได้ง่ายผ่านทางละอองฝอยจากการไอ จาม หรือสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ ไวรัสชนิดนี้สามารถก่อให้เกิดอาการตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตในบางกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว ชนิดของไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดใหญ่สามารถจำแนกออกเป็น 4 ชนิดหลัก ได้แก่: ไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ (Influenza A) - เป็นชนิดที่พบมากที่สุดและสามารถก่อให้เกิดการระบาดใหญ่ได้ ไวรัสชนิดนี้มีหลายสายพันธุ์ เช่น H1N1, H3N2 เป็นต้น ไข้หวัดใหญ่ชนิดบี (Influenza B) - พบการระบาดในมนุษย์และสามารถก่อให้เกิดอาการรุนแรงได้ แต่ไม่แพร่ระบาดมากเท่าชนิด A ไข้หวัดใหญ่ชนิดซี (Influenza C) - มีอาการไม่รุนแรง มักไม่ก่อให้เกิดการระบาดใหญ่ ไข้หวัดใหญ่ชนิดดี (Influenza D) - พบในสัตว์ เช่น วัว แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าทำให้เกิดโรคในมนุษย์ อาการของไข้หวัดใหญ่ อาการของไข้หวัดใหญ่มักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงกว่าไข้หวัดธ...

การแปลผลตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count - CBC)

รูปภาพ
การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count - CBC) เป็นหนึ่งในการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ใช้กันอย่างแพร่หลายเป็นพื้นฐานการตรวจเบื้องต้นเลยทีเดียวครับ โดยผลตรวจ CBC นี้จะถูกนำมาใช้เพื่อประเมินสุขภาพโดยรวมของเรา การคัดกรองภาวะโลหิตจาง การติดเชื้อ และโรคเกี่ยวกับเลือดอื่น ๆ ดังนั้นการแปลผล CBC อย่างถูกต้องจะช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยและติดตามอาการของโรคได้อย่างแม่นยำ ในบทความนี้เราจะอธิบายองค์ประกอบหลักของการตรวย CBC และความหมายของค่าที่ตรวจพบกันครับ องค์ประกอบหลักของการตรวจ CBC และการแปลผล การตรวจ CBC ประกอบด้วยค่าพื้นฐานหลักที่สำคัญ ได้แก่ 1. เม็ดเลือดแดง (Red Blood Cells - RBCs) เม็ดเลือดแดงมีหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนจากปอดไปยังเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย ค่าที่สำคัญที่ใช้ประเมินเม็ดเลือดแดง ได้แก่: ปริมาณของเม็ดเลือดแดง (RBC count): ค่าปกติในเพศชายประมาณ 4.7-6.1 ล้านเซลล์/ไมโครลิตร และในเพศหญิง 4.2-5.4 ล้านเซลล์/ไมโครลิตร ค่าที่ต่ำอาจบ่งบอกถึงภาวะโลหิตจาง ในขณะที่ค่าที่สูงอาจสัมพันธ์กับภาวะขาดน้ำหรือโรคไขกระดูก ฮีโมโกลบิน (Hemoglobin - Hgb): เป็นโปรตีนในเม็ดเลือดแดงที่ทำหน้าที...

โรคดาวน์ซินโดรมคืออะไร?

รูปภาพ
โรคดาวน์ซินโดรม ความเข้าใจในทุกมิติ โรคดาวน์ซินโดรม (Down syndrome) เป็นหนึ่งในภาวะทางพันธุกรรมที่ได้รับความสนใจมากที่สุด เนื่องจากส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัวในหลายมิติ ดาวน์ซินโดรมเกิดจากการมีโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 แท่ง ซึ่งทำให้จำนวนโครโมโซมทั้งหมดกลายเป็น 47 แท่งแทนที่จะเป็น 46 แท่ง ความผิดปกตินี้ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางร่างกาย สติปัญญา และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย โรคนี้เป็นภาวะที่พบได้บ่อยที่สุดในกลุ่มความผิดปกติของโครโมโซม และมีอุบัติการณ์ประมาณ 1 ใน 700 ของทารกแรกเกิด นั่นหมายความว่า ในทุก ๆ ปีจะมีเด็กที่เกิดมาพร้อมภาวะนี้จำนวนไม่น้อย ซึ่งทำให้ความเข้าใจและการสนับสนุนจากครอบครัวและสังคมมีความสำคัญอย่างยิ่ง ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปสำรวจทุกแง่มุมของโรคดาวน์ซินโดรม ตั้งแต่สาเหตุ อาการ ไปจนถึงแนวทางการดูแลและการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเพื่อให้พวกเขาสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณค่าและมีความสุข สาเหตุและพันธุกรรม โรคดาวน์ซินโดรมเกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมคู่ที่ 21 ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่: Trisomy 21 (พบ 95% ของผู้ป่วย) – เกิดจากการมีโครโมโซม 21 เกินมาทั...

การตรวจ NIPT หรือ Non-Invasive Prenatal Testing คืออะไร?

รูปภาพ
NIPT (Non-Invasive Prenatal Testing) การตรวจทางเลือกที่ปลอดภัยและแม่นยำสำหรับหญิงตั้งครรภ์ การตรวจคัดกรองก่อนคลอดบุตรมีความสำคัญอย่างมากในการดูแลสุขภาพของทารกในครรภ์ และการตรวจ  NIPT (Non-Invasive Prenatal Testing) เป็นหนึ่งในวิธีที่ทันสมัยและมีความแม่นยำสูงมากและได้รับความนิยมในการตรวจคัดกรองปัจจุบัน โดยสามารถช่วยระบุความผิดปกติของโครโมโซมของทารกได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ได้ทำให้เกิดอันตราย (invasive) เหมือนกับการการตรวจแบบดั้งเดิม เช่น การเจาะน้ำคร่ำ (amniocentesis) หรือการตรวจชิ้นเนื้อรก (CVS, chorionic villus sampling)  หลักการทำงานของ NIPT เป็นการวิเคราะห์ DNA ของทารกที่ปนเปื้อนอยู่ในกระแสเลือดของมารดา (cell-free fetal DNA หรือ cfDNA) โดยใช้เทคนิคการตรวจวิเคราะห์ทางพันธุกรรมที่มีความแม่นยำสูง เช่น การหาลำดับเบสของ DNA (Next-Generation Sequencing; NGS) หรือการใช้เทคนิค PCR (Polymerase Chain Reaction) เพื่อวิเคราะห์โครโมโซมของทารก หากมีความผิดปกติ เช่น โครโมโซมเกินหรือขาด ระบบสามารถตรวจจับได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ความผิดปกติที่สามารถตรวจพบได้ กลุ่มอาการดาวน์ (Trisomy 21) กลุ่มอ...

เซลล์ต้นกำนิดตัวอ่อน (Pluripotent Stem Cells; iPSCs) ที่สร้างขึ้นจากเซลล์ร่างกายของมนุษย์

รูปภาพ
ความหมายและจุดเริ่มต้นของ iPSCs iPSCs หรือ Induced Pluripotent Stem Cells คือเซลล์ต้นกำเนิดตัวอ่อนที่ถูกสร้างขึ้นจากเซลล์ร่างกายของเรา เช่น เซลล์ไฟโบรบลาสต์ (fibroblast) หรือเซลล์เม็ดเลือด (เช่น erythoid progenitor cells) โดยใช้วิธีการรีโปรแกรมเซลล์ใหม่ให้กลับไปอยู่ในระยะของเซลล์ต้นกำเนิดชนิดพลูริโพเทนต์ (pluripotent stem cells) โดยเซลล์เหล่านี้มีความสามารถที่จะพัฒนาไปเป็นเซลล์ประเภทต่าง ๆ ในร่างกายเราได้อย่างไม่จำกัด การค้นพบเซลล์ต้นกำเนิด iPSCs เกิดขึ้นในปี 2006 โดยดอกเตอร์ Shinya Yamanaka นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นซึ่งได้รับรางวัลโนเบลในปี 2012 สำหรับการค้นพบว่าเซลล์ร่างกายทั่วไปสามารถถูกรีโปรแกรมให้ย้อนกลับไปเป็นเซลล์ต้นกำเนิดชนิด iPSCs ได้โดยใช้ปัจจัยเพียง 4 ชนิด (Yamanaka Factors) ซึ่งปฏิวัติวงการชีวการแพทย์อย่างมาก การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี iPSCs เซลล์ต้นกำเนิด iPSCs มีการใช้งานที่หลากหลายทั้งในด้านการวิจัยและการแพทย์ ได้แก่ • การสร้างแบบจำลองโรค: iPSCs สามารถสร้างแบบจำลองสำหรับโรคต่าง ๆ เช่น อัลไซเมอร์และพาร์กินสัน โดยสามารถแยกความแตกต่างเป็นเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับโรค • การค้...

การตรวจฮอร์โมนไทรอยด์ในเลือด และการแปลผล

การตรวจฮอร์โมนไทรอยด์ในเลือด ฮอร์โมนไทรอยด์คือฮอร์โมนที่ผลิตโดยต่อมไทรอยด์ ซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณลำคอของเรา มีหน้าที่สำคัญในการควบคุมกระบวนการเผาผลาญในร่างกาย โดยเฉพาะการทำงานของเซลล์ต่าง ๆ โดยฮอร์โมนหลักที่ถูกผลิตออกมาได้แก่ Triiodothyronine (T3) และ Thyroxine (T4) ซึ่งมีบทบาทในการควบคุมการเติบโต การพัฒนาของร่างกาย รวมถึงการรักษาอุณหภูมิของร่างกายและระดับไขมันในเลือด นอกจาก T3 และ T4 แล้ว Thyroid Stimulating Hormone (TSH) ซึ่งถูกผลิตโดยต่อมใต้สมอง (Pituitary Gland) มีหน้าที่กระตุ้นการผลิตและหลั่งฮอร์โมน T3 และ T4 จากต่อมไทรอยด์ การวัดระดับ TSH เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญในการประเมินการทำงานของต่อมไทรอยด์ เนื่องจาก TSH จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงเพื่อปรับสมดุลฮอร์โมนไทรอยด์ในร่างกาย หน้าที่ของฮอร์โมนไทรอยด์ 1. ควบคุมการเผาผลาญ: ฮอร์โมน T3 และ T4 ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานในเซลล์ ทำให้ร่างกายสามารถใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ. 2. ส่งเสริมการเจริญเติบโต: ฮอร์โมนเหล่านี้มีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของร่างกาย โดยเฉพาะในเด็ก. 3. ควบคุมอุณหภูมิ: ฮอร์โมนไทรอยด์ช่วยในการรักษา...

โพแทสเซียมในเลือดสำคัญอย่างไร และการแปลผลเลือด

รูปภาพ
โพแทสเซียมในเลือดสำคัญอย่างไร และการแปลผล โพแทสเซียม (Potassium) เป็นแร่ธาตุที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากในร่างกาย โดยเฉพาะการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ รวมถึงการรักษาสมดุลของของเหลวในเซลล์และระบบไหลเวียนเลือดเรา ดังนั้นระดับโพแทสเซียมที่เหมาะสมในเลือดจึงมีความสำคัญอย่างมากกับร่างกายของเรา เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของระดับโพแทสเซียมสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรงได้ครับ บทบาทสำคัญของโพแทสเซียมในร่างกาย การส่งสัญญาณประสาท โพแทสเซียมมีบทบาทในการช่วยส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ประสาท ทำให้ระบบประสาททำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การควบคุมการเคลื่อนไหว การตอบสนองต่อสิ่งเร้า และการทำงานของสมอง การทำงานของกล้ามเนื้อ ระดับโพแทสเซียมที่เหมาะสมช่วยให้กล้ามเนื้อหดตัวและคลายตัวได้อย่างปกติ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อหัวใจที่ต้องการโพแทสเซียมเพื่อควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ การรักษาสมดุลกรด-ด่าง (pH) โพแทสเซียมช่วยควบคุมสมดุลกรด-ด่างในร่างกาย โดยทำงานร่วมกับโซเดียมและแร่ธาตุอื่น ๆ การควบคุมความดันโลหิต โพแทสเซียมมีส่วนช่วยลดความดันโลหิต โดยส่งผลต่อการขยายตัวของหลอดเลือด และลดผลกระทบของโซเดียมในร่างกาย การแ...