ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

HbA1c คืออะไร หรือ ค่าน้ำตาลสะสม คืออะไรมาดูกัน


       HbA1c (Hemoglobin A1C หรือ ฮีโมโกลบิน เอวันซี) มีชื่อเรียกในทางวิทยาศาสตร์คือ glycated haemoglobin ซึ่งเกิดจากโปรตีนชนิดหนึ่งในเลือดเกิดปฏิกิริยาทางเคมีกับน้ำตาลที่อยู่ในเลือด ซึ่งโปรตีนตัวนี้เรารู้จักกันดีในชื่อ ฮีโมโกลบิน (Haemoglobin) ที่พบได้อยู่ในเม็ดเลือดแดงนั่นเองโดยทำหน้าที่เป็นตัวพาก๊าชออกซิเจน (O2) ที่จำเป็นต่อร่างกายไปยังอวัยวะต่าง ๆ ผ่านทางกระแสเลือด 
       ในบุคคลทั่วไปมักจะเรียก HbA1c ให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า น้ำตาลสะสม / น้ำตาลเฉลี่ยซึ่งจะเป็นการตรวจติดตามระดับน้ำสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน (diabetes mellitus, DM) ในระยะเวลาเฉลี่ย 2-3 เดือน โดยการเตรียมก่อนเจาะเลือดเพื่อตรวจ HbA1c ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องงดอาหารก่อนเจาะเลือดเหมือนกับการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดครับ

HbA1c ต่างจากการตรวจน้ำตาลปัจจุบันอย่างไร?
      HbA1c มีความพิเศษอยู่ที่ระยะเวลาหลังจาก Hb เปลี่ยนเป็น HbA1c แล้วจะคงอยู่ในเลือดของเราได้นานถึง 8-12 สัปดารห์ ก่อนที่จะสลายตัวไป และในขณะเดียวกันก็เกิดการสร้าง Hb ขึ้นมาทดแทนและเปลี่ยนเป็น HbA1c แทนที่ ซึ่งการตรวจวัดระดับของ HbA1c จึงบ่งบอกถึงค่าเฉลี่ยของน้ำตาลในเลือด ณ ช่วงเวลา และยังบ่งชี้ถึงการควบคุมน้ำตาลโดยภาพรวม (long-term of blood glucose control)
       ดังนั้นจะเห็นได้ว่าระดับของ HbA1c จะบ่งบอกถึงค่าเฉลี่ยของน้ำตาลเป็นช่วงเวลา ส่วนการตรวจน้ำตาล (glucose) จะบ่งบอกถึงระดับน้ำตาลในเลือด ณ เวลานั้น ๆ  ซึ่งคนไข้บางคนไม่ได้ควบคุมระดับน้ำตาลอย่างถูกต้อง แต่จะงดหวาน งดน้ำตาลเฉพาะวันก่อนที่จะมาพบแพทย์เท่านั้นเพื่อให้การตรวจน้ำตาลไม่สูงเกินไปและไม่ถูกหมอผู้ดูแลตำหนิ แต่การตรวจ HbA1c นั่นการงดหวาน/อาหารต้องห้าม จะไม่มีผลต่อระดับ HbA1c ในระยะเวลาสั้น ๆ ทำให้การคาดการการควบคุมน้ำตาลในผู้ป่วยทำได้ถูกต้องมากกว่า


ระดับของ HbA1c ที่สูงบ่งบอกถึงอะไร ?
      ระดับของ HbA1c ที่สูงบ่งบอกถึงระดับน้ำตาลเฉลี่ยในช่วงเวลา 2-3 เดือนมีค่าสูง ซึ่งจะบ่งชี้ไปถึงการควบคุมระดับน้ำตาลที่ผิดปกติ/ การปฏิบัติตัวไม่ถูกต้องกับโรค และยังบ่งชี้ถึงโอกาสความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน 

เมื่อรู้อย่างงี้แล้ว ผู้ป่วย หรือบุคคลที่ต้องดูแลผู้ป่วยก็จะมีความเข้าใจมากขึ้นถึงผลการตรวจเลือดนะครับหวังหว่าคงจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย อย่างไรก็ตามเราควรใส่ใจที่การปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์ และการควบคุมระดับน้ำตาล มากกว่าผลการตรวจที่ออกมาดีครับ ส่วยเรื่องการวินิจฉัยผลเลือดปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้ประกอบวิชาชีพจะดีกว่าครับ

ขอบคุณที่ติดตามบทความครับ

HbA1C คืออะไร ?
ค่าน้ำตาลสะสม คืออะไร ?
ค่าน้ำตาลเก่าคืออะไร ?


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หลอดใส่เลือดมี่กี่ชนิด (tube เลือดมี่กี่ชนิด)

        หลาย ๆ ท่านอาจสงสัยนะครับว่าเวลามีนัดต้องไปพบแพทย์ และเมื่อถึงเวลาเจาะเลือด ทำไมถึงต้องเก็บเลือดเราไปทีละหลาย ๆ หลอดและในการนัดแต่ละครั้งก็มีการเจาะเลือดไปไม่เหมือนเดิมกับครั้งก่อน วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกันครับว่าหลอดใส่เลือดแต่ละแบบมีความแตกต่างกันอย่างไร         ปัจจุบันในทางการแพทย์หลอดสำหรับเก็บตัวอย่างเลือดนั้นถูกพัฒนามาหลายรูปแบบด้วยกัน เพื่อให้มีประสิทธิภาพสำหรับตรวจทางห้องปฏิบัติการรวมถึงระยะในการเก็บรักษาตัวอย่างเลือดให้มีความเหมาะสม และมีประสิทธิภาพสูงสุดตามวัตถุประสงค์ของการตรวจทางห้องปฏิบัติการครับ สำหรับในวันนี้จะพามาทำความรู้จักกับหลอดเลือดพื้นฐานที่ใช้ในการตรวจประจำของโรงพยาบาลโดยทั่วไปครับ  สิ่งที่อยู่ในหลอดเลือดแต่ละสี        สิ่งที่อยู่ข้างในหลอดเลือดสีต่าง ๆ คือ สารเคมีที่ป้องกันการแข็งตัวของเลือด (สารกันเลือดแข็ง) โดยในหลอดแต่ละสีก็จะมีสารกันเลือดแข็งคนละชนิดกันครับ ซึ่งสาเหตุที่ต้องใช้สารกันเลือดแข็งหลายชนิด ไม่สามารถใช้ชนิดเดียว หรือหลอดเดียวสำหรับารตรวจได้ทั้งหมดก็เพราะว่าส...

DNA ตอนที่ 1 : DNA คืออะไร และโครงสร้างของ DNA

สารพันธุกรรม (genetic materials) ห มายถึงสารที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูลพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตทั้งสิ่งมีชีวิตระดับโปรคาริโอต (prokaryote) และยูคาริโอต (eukaryote) โดยสารพันธุกรรมประกอบด้วย ดีเอ็นเอ (deoxyribonucleic acid หรือ DNA) และอาร์เอ็นเอ (ribonucleic acid หรือ RNA) การเก็บรักษาข้อมูลพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตเกิดจากการเรียงลำดับของหน่อยย่อยที่สุดของ DNA และ RNA อย่างเป็นระเบียบและมีความหมาย ซึ่งหน่อยย่อยของดีเอ็นเอและอาร์เอ็นเอเราเรียกว่า นิวคลีโอไทด์ (nucleotide) สิ่งมีชีวิตจะทำการแปลรหัสข้อมูลนิวคลีโอไทด์เหล่านี้ออกมาเป็นโปรตีนเพื่อทำหน้าที่ต่าง ๆ ของเซลล์หรือร่างกายของสิ่งมีชีวิตต่อไปผ่านการทำงานร่วมกันตั้งแต่ DNA RNA ไปจนถึงขั้นตอนการสั่งเคราะห์โปรตีน อย่างไรก็ตามสิ่งมีชีวิตบางประเภทจะเก็บข้อมูลพื้นฐานของตัวเองในรูปแบบของ RNA เท่านั้น เช่นไวรัสในกลุ่มรีโทรไวรัส หรือที่เรารู้จักกันดีก็คือไวรัสโควิด ภาพที่ 1 แสดงโครงสร้างจำลองของ DNA ที่มาภาพ : http://becuo.com/red-dna-wallpaper   DNA (deoxyribonucleic acid )                  D...

ความแตกต่างระหว่าง Leukemoid Reaction และ Chronic myeloid leukemia (CML)

***แก้ไขหน่วยในภาพ cell/ml เป็น cell/ul Leukemoid Reaction (LR) คือ ภาวะหนึ่งที่ร่างกายมีการสร้างเม็ดเลือดขาวออกมาในปริมาณมาก (>50,000 cell/ul) เพื่อตอบสนองต่อ ภาวะความผิดปกติบางอย่าง เช่นภาวะการติดเชื้ออย่างรุนแรง (severe infection)  เม็ดเลือดขาวที่เพิ่มขึ้นผิดปกติจำนวนมากจะเป็น mature cells  แต่ก็อาจพบเม็ดเลือดขาวระยะตัวอ่อนได้บ้างซึ่งการที่เราพบเม็ดเลือดตัวอ่อนในเลือดจะเรียกว่า Shift to the left  โดยเมื่อส่องดูเสมียร์เลือด (blood smear) ด้วยกล้องจุลทรรศน์แล้วจะพบว่ามีลักษณะที่คล้ายกับโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิด Chronic myeloid leukemia (CML) แต่ก็มีลักษณะที่สามารถทำให้แยกออกจากกันได้ครับโดยการวินิจฉัย LR นั้นจะเป็น exclusion criteria ของมะเร็งเม็ดเลือดขาว CML เช่น ความผิดปกติของเม็ดเลือดแดง เกร็ดเลือด และชนิดของเม็ดเลือดขาวตัวเต็มวัย หรือการเพิ่มขึ้นของค่า  Leukocyte alkaline phosphatase (LAP)  ใน LR Chronic myeloid leukemia (CML) เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวในสาย myeloid ชนิดเรื้องรัง โดยผู้ป่วย CML ส่วนใหญ่มีสาเหตุการเกิดโรคมาจากการกลายพั...