คำแนะนำการตรวจ Tumor Marker ในเลือด
Tumor markers เป็นสารชีวโมเลกุลที่สามารถตรวจพบได้ในเลือด ปัสสาวะ หรือเนื้อเยื่อของร่างกาย โดยมักถูกผลิตขึ้นโดยเซลล์มะเร็งหรือเซลล์ปกติที่มีการตอบสนองต่อมะเร็ง การตรวจ tumor markers ในเลือดเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยในการคัดกรอง ติดตาม และวินิจฉัยโรคมะเร็ง อย่างไรก็ตาม ค่าของ tumor markers อาจได้รับอิทธิพลจากปัจจัยอื่น เช่น ภาวะอักเสบ โรคเรื้อรัง และปัจจัยทางพันธุกรรม ดังนั้น การแปลผลต้องทำอย่างระมัดระวังร่วมกับข้อมูลทางคลินิกอื่น ๆ
ประเภทของ Tumor Markers ที่นิยมตรวจในเลือด
Alpha-fetoprotein (AFP)
ใช้ในการตรวจหามะเร็งตับ (Hepatocellular carcinoma)
สามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้มะเร็งของอัณฑะและรังไข่
ค่า AFP สูงอาจเกิดจากภาวะอื่น เช่น ตับแข็งและไวรัสตับอักเสบ
Carcinoembryonic Antigen (CEA)
ใช้ติดตามมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
สามารถเพิ่มขึ้นในมะเร็งตับอ่อน มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งเต้านม
ระดับ CEA อาจสูงขึ้นในผู้สูบบุหรี่หรือผู้ที่มีภาวะอักเสบเรื้อรัง
Prostate-Specific Antigen (PSA)
ใช้คัดกรองและติดตามมะเร็งต่อมลูกหมาก
ค่า PSA อาจสูงขึ้นจากภาวะอื่น เช่น ต่อมลูกหมากโตหรือการติดเชื้อ
CA 125
ใช้ในการติดตามมะเร็งรังไข่
อาจสูงขึ้นในภาวะอื่น เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ และการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน
CA 19-9
ใช้ติดตามมะเร็งตับอ่อนและมะเร็งระบบทางเดินอาหาร
ระดับที่สูงอาจพบได้ในโรคอื่น เช่น โรคตับอักเสบเรื้อรังและนิ่วในถุงน้ำดี
CA 15-3 และ CA 27-29
ใช้ในการติดตามมะเร็งเต้านม
ไม่แนะนำให้ใช้เป็นการคัดกรองมะเร็งเต้านมในประชากรทั่วไป
Thyroglobulin (Tg)
ใช้ติดตามมะเร็งไทรอยด์ชนิด differentiated thyroid carcinoma
อาจได้รับอิทธิพลจากภาวะไทรอยด์อักเสบ
หลักการและข้อควรพิจารณาในการตรวจ Tumor Marker
การเลือกใช้ tumor marker ที่เหมาะสม
ไม่ควรใช้ tumor marker เพียงอย่างเดียวในการวินิจฉัยโรคมะเร็ง
Tumor markers มีประโยชน์มากกว่าในการติดตามผลการรักษาและการกลับเป็นซ้ำของโรค
การเก็บตัวอย่างเลือด
ควรเจาะเลือดในเวลาที่เหมาะสม เช่น ก่อนรับประทานอาหาร หรือก่อนเริ่มการรักษา
หลีกเลี่ยงปัจจัยที่อาจรบกวนผลตรวจ เช่น การออกกำลังกายหนักก่อนตรวจ (ในกรณีของ PSA)
การแปลผลค่าของ tumor marker
ค่าปกติของ tumor marker อาจแตกต่างกันไปตามห้องปฏิบัติการ
ค่าที่สูงกว่าปกติไม่ได้หมายถึงการเป็นมะเร็งเสมอไป ควรพิจารณาร่วมกับผลตรวจอื่น ๆ
ควรใช้ค่า tumor marker ในการติดตามแนวโน้มของโรค มากกว่าการใช้ค่าครั้งเดียวในการตัดสินโรค
ข้อจำกัดของ tumor marker
Tumor markers ไม่มีความจำเพาะสมบูรณ์ อาจเกิดผลบวกลวง (false positive) หรือผลลบลวง (false negative) ได้
การใช้ tumor markers ในการคัดกรองมะเร็งในประชากรทั่วไปมักไม่แนะนำ ยกเว้นกรณีที่มีความเสี่ยงสูง
สรุป
การตรวจ tumor markers ในเลือดเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยในการติดตามและวินิจฉัยโรคมะเร็ง แต่ไม่ควรใช้เพียงลำพังในการยืนยันการเป็นมะเร็ง ควรพิจารณาร่วมกับข้อมูลทางคลินิกและผลตรวจอื่น ๆ เพื่อให้ได้การวินิจฉัยที่แม่นยำและเหมาะสมกับผู้ป่วยมากที่สุด
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น