ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ภาวะไขมันในเลือดสูง (hyperlipidemia) กับความเสี่ยงโรคหัวใจและเส้นเลือดตีบตัน


       ปัจจุบันไขมันเป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่สำคัญของโรคหัวใจ (heart disease) โดยในการตรวจสุขภาพประจำปีก็มักจะมีการตรวจไขมันร่วมด้วยทุกครั้ง เราคงคุ้นเคยกับ cholesterol เป็นอย่างดี แต่บางท่านเมื่อไปตรวจสุขภาพ หรืออ่านเจอในบทความต่างๆ คงได้ยินคำว่า ไขมันดี หรือ HDL-c และไขมันเสีย หรือ LDL-c มาบ้าง วันนี้เลยจะมากล่าวถึงชนิดของไขมัน และความเสี่ยงเมื่อมีไขมันในเลือดสูงกันครับ

       ไขมัน (lipid) เป็นสารชีวโมเลกุลชนิดหนึ่งที่สำคัญอย่างมากในร่างกายเรา ทำหน้าที่เป็นองค์ประกอบหลักของเยื่อหุ้มเซลล์ในร่างกาย และกักเก็บเป็นแหล่งพลังงานสำรองของร่างกาย ไขมันถือเป็นสารชีวโมเลกุลสำคัญที่ร่างกายขาดไม่ได้เลยทีเดียว ไขมันกลุ่มที่สำคัญที่ใช้ในการบ่งชี้ทางการแพทย์คือไขมันกลุ่มที่อยู่ในเลือดของเรา โดยไขมันในเลือดที่มีปริมาณมากเกินไปย่อมส่งผลเกิดการสะสมไขมันในผนังหลอดเลือดจนเกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัว และมีความเสี่ยงของโรคหัวใจ  โดยไขมันในเลือดที่ถูกใช้เป็นตัวชี้วัดทางการแพทย์ก็จะมีอยู่ 4 ได้แก่ คลอเลสเตอรอล (cholesterol)  ไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride) ไขมันเสีย (LDL-cholesterol) และ ไขมันดี (HDL-cholesterol)

http://medicinabih.info/en/elevated-blood-lipids.html


       การตรวจระดับไขมันในเลือดถูกนำไปใช้เป็นตัวบ่งชี้เบื้องต้นในการทำนายความเสี่ยงของโรคหัวใจ (heart disease) และโรคสมองขาดเลือดจากการอุดตัน หรือตีบตันของเส้นเลือด (stroke) โดยมักจะตรวจอยู่ในรายการ lipid profile ที่มีประกอบไขมัน 4 รายการดังนี้

  1. คลอเลสเตอรอลรวม (total cholesterol)  เป็นตัวบ่งชี้ระดับคลอเลสเตอรอลโดยรวม ทั้ง HDL-c และ LDL-c และยังรวมถึง triglyceride ภายในเลือด โดยมีค่าปกติไม่ควรเกิน 200 mg/dl 
  2. ไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride) เป็นไขมันชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานให้แก่ร่างกาย ปกติจะตรวจควบคู่กับไขมันตัวอื่น ๆ ค่าปกติไม่ควรเกิน 150 mg/dl
  3. Low-density lipoprotein (LDL-cholesterol) เป็นโมเลกุลที่ประกอบด้วยไขมัน และโปรตีนทำหน้าที่เป็นตัวพาคลอเลสเตอรอลในเลือด เรามักเรียกไขมันชนิดนี้ว่า ไขมันเสีย (bad) เพราะเมื่อไขมันชนิดนี้มีมากเกินไปในหลอดเลือดจะทำให้เกิดการสะสมจนเกิดการอุดตันในเส้นเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ และหลอดเลือดตีบตัน โดยมีค่าปกติไม่ควรเกิน 100 mg/dl
  4. High-density lipoprotein (HDL-cholesterol) เป็นโมเลกุลที่ทำหน้าที่ดูดซับคลอเลสเตอรอล และนำกลับสู่ตับซึ่งเป็นศูยน์กลางเมทาบอลิซึมของไขมัน หรือพูดง่ายๆ ก็คือคอยทำหน้าที่กำจัดคลอเลสเตอรอลออกจากเลือดของเรา ช่วยลดการอุดตันของหลอดเลือด เราจึงนิยมเรียกว่า ไขมันดี ค่าปกติคือยิ่งสูงยิ่งดี  แต่ถ้าต่ำกว่า 40 mg/dl จะมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ

ไขมันในเลือด การตรวจไขมันในเลือด คลอเลสเตอรอลในเลือด ไขมันกับโรคหัวใจ ตรวจไขมันในเลือด
คลอเลสเตอรอลสูง คลอเลสเตอรอลในเลือดสูง

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หลอดใส่เลือดมี่กี่ชนิด (tube เลือดมี่กี่ชนิด)

        หลาย ๆ ท่านอาจสงสัยนะครับว่าเวลามีนัดต้องไปพบแพทย์ และเมื่อถึงเวลาเจาะเลือด ทำไมถึงต้องเก็บเลือดเราไปทีละหลาย ๆ หลอดและในการนัดแต่ละครั้งก็มีการเจาะเลือดไปไม่เหมือนเดิมกับครั้งก่อน วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกันครับว่าหลอดใส่เลือดแต่ละแบบมีความแตกต่างกันอย่างไร         ปัจจุบันในทางการแพทย์หลอดสำหรับเก็บตัวอย่างเลือดนั้นถูกพัฒนามาหลายรูปแบบด้วยกัน เพื่อให้มีประสิทธิภาพสำหรับตรวจทางห้องปฏิบัติการรวมถึงระยะในการเก็บรักษาตัวอย่างเลือดให้มีความเหมาะสม และมีประสิทธิภาพสูงสุดตามวัตถุประสงค์ของการตรวจทางห้องปฏิบัติการครับ สำหรับในวันนี้จะพามาทำความรู้จักกับหลอดเลือดพื้นฐานที่ใช้ในการตรวจประจำของโรงพยาบาลโดยทั่วไปครับ  สิ่งที่อยู่ในหลอดเลือดแต่ละสี        สิ่งที่อยู่ข้างในหลอดเลือดสีต่าง ๆ คือ สารเคมีที่ป้องกันการแข็งตัวของเลือด (สารกันเลือดแข็ง) โดยในหลอดแต่ละสีก็จะมีสารกันเลือดแข็งคนละชนิดกันครับ ซึ่งสาเหตุที่ต้องใช้สารกันเลือดแข็งหลายชนิด ไม่สามารถใช้ชนิดเดียว หรือหลอดเดียวสำหรับารตรวจได้ทั้งหมดก็เพราะว่าส...

DNA ตอนที่ 1 : DNA คืออะไร และโครงสร้างของ DNA

สารพันธุกรรม (genetic materials) ห มายถึงสารที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูลพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตทั้งสิ่งมีชีวิตระดับโปรคาริโอต (prokaryote) และยูคาริโอต (eukaryote) โดยสารพันธุกรรมประกอบด้วย ดีเอ็นเอ (deoxyribonucleic acid หรือ DNA) และอาร์เอ็นเอ (ribonucleic acid หรือ RNA) การเก็บรักษาข้อมูลพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตเกิดจากการเรียงลำดับของหน่อยย่อยที่สุดของ DNA และ RNA อย่างเป็นระเบียบและมีความหมาย ซึ่งหน่อยย่อยของดีเอ็นเอและอาร์เอ็นเอเราเรียกว่า นิวคลีโอไทด์ (nucleotide) สิ่งมีชีวิตจะทำการแปลรหัสข้อมูลนิวคลีโอไทด์เหล่านี้ออกมาเป็นโปรตีนเพื่อทำหน้าที่ต่าง ๆ ของเซลล์หรือร่างกายของสิ่งมีชีวิตต่อไปผ่านการทำงานร่วมกันตั้งแต่ DNA RNA ไปจนถึงขั้นตอนการสั่งเคราะห์โปรตีน อย่างไรก็ตามสิ่งมีชีวิตบางประเภทจะเก็บข้อมูลพื้นฐานของตัวเองในรูปแบบของ RNA เท่านั้น เช่นไวรัสในกลุ่มรีโทรไวรัส หรือที่เรารู้จักกันดีก็คือไวรัสโควิด ภาพที่ 1 แสดงโครงสร้างจำลองของ DNA ที่มาภาพ : http://becuo.com/red-dna-wallpaper   DNA (deoxyribonucleic acid )                  D...

ความแตกต่างระหว่าง Leukemoid Reaction และ Chronic myeloid leukemia (CML)

***แก้ไขหน่วยในภาพ cell/ml เป็น cell/ul Leukemoid Reaction (LR) คือ ภาวะหนึ่งที่ร่างกายมีการสร้างเม็ดเลือดขาวออกมาในปริมาณมาก (>50,000 cell/ul) เพื่อตอบสนองต่อ ภาวะความผิดปกติบางอย่าง เช่นภาวะการติดเชื้ออย่างรุนแรง (severe infection)  เม็ดเลือดขาวที่เพิ่มขึ้นผิดปกติจำนวนมากจะเป็น mature cells  แต่ก็อาจพบเม็ดเลือดขาวระยะตัวอ่อนได้บ้างซึ่งการที่เราพบเม็ดเลือดตัวอ่อนในเลือดจะเรียกว่า Shift to the left  โดยเมื่อส่องดูเสมียร์เลือด (blood smear) ด้วยกล้องจุลทรรศน์แล้วจะพบว่ามีลักษณะที่คล้ายกับโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิด Chronic myeloid leukemia (CML) แต่ก็มีลักษณะที่สามารถทำให้แยกออกจากกันได้ครับโดยการวินิจฉัย LR นั้นจะเป็น exclusion criteria ของมะเร็งเม็ดเลือดขาว CML เช่น ความผิดปกติของเม็ดเลือดแดง เกร็ดเลือด และชนิดของเม็ดเลือดขาวตัวเต็มวัย หรือการเพิ่มขึ้นของค่า  Leukocyte alkaline phosphatase (LAP)  ใน LR Chronic myeloid leukemia (CML) เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวในสาย myeloid ชนิดเรื้องรัง โดยผู้ป่วย CML ส่วนใหญ่มีสาเหตุการเกิดโรคมาจากการกลายพั...