ความแตกต่างระหว่าง Leukemoid Reaction และ Chronic myeloid leukemia (CML)

***แก้ไขหน่วยในภาพ cell/ml เป็น cell/ul


Leukemoid Reaction (LR) คือ ภาวะหนึ่งที่ร่างกายมีการสร้างเม็ดเลือดขาวออกมาในปริมาณมาก (>50,000 cell/ul) เพื่อตอบสนองต่อภาวะความผิดปกติบางอย่าง เช่นภาวะการติดเชื้ออย่างรุนแรง (severe infection)  เม็ดเลือดขาวที่เพิ่มขึ้นผิดปกติจำนวนมากจะเป็น mature cells แต่ก็อาจพบเม็ดเลือดขาวระยะตัวอ่อนได้บ้างซึ่งการที่เราพบเม็ดเลือดตัวอ่อนในเลือดจะเรียกว่า Shift to the left  โดยเมื่อส่องดูเสมียร์เลือด (blood smear) ด้วยกล้องจุลทรรศน์แล้วจะพบว่ามีลักษณะที่คล้ายกับโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิด Chronic myeloid leukemia (CML) แต่ก็มีลักษณะที่สามารถทำให้แยกออกจากกันได้ครับโดยการวินิจฉัย LR นั้นจะเป็น exclusion criteria ของมะเร็งเม็ดเลือดขาว CML เช่น ความผิดปกติของเม็ดเลือดแดง เกร็ดเลือด และชนิดของเม็ดเลือดขาวตัวเต็มวัย หรือการเพิ่มขึ้นของค่า Leukocyte alkaline phosphatase (LAP) ใน LR


Chronic myeloid leukemia (CML) เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวในสาย myeloid ชนิดเรื้องรัง โดยผู้ป่วย CML ส่วนใหญ่มีสาเหตุการเกิดโรคมาจากการกลายพันธ์ (mutation) ชนิด transition ระหว่างโครโมโซมคู่ที่ 9 กับ 22  หรือเขียนเป็น t(9,22) เรียกโครโมโซมที่ผิดปกตินี้ว่า Philadelphia chromosome ทำให้พบยีน BCR/ABL gene บนโครโทโซมแท่งนี้ โดยยีนนี้จะผลิตโปรตีนชนิดหนึ่งซึ่งส่งผลต่อกระบวนควบคุมการเจริญเติบโต และสสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาว ทำให้ในผู้ป่วย CML มีการสร้างเม็ดเลือดขาวออกมาเป็นจำนวนมากในเลือด ซึ่งเม็ดเลือดส่วนใหญ่ก็สามารถเจริญไปเป็นตัวเต็มวัยได้และส่วนมากเป็นเม็ดเลือดขาวชนิด Neutrophil ทำให้การวินิจฉัยจากเสมียร์เลือดนั้นทำได้ง่ายกว่ามะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดฉับพลันมากครับ อย่างไรก็ตามเสมียร์เลือดของผู้ป่วย CML จะมีลักษณะที่คล้ายกันกับ Leukemoid Reaction จากที่ได้กล่าวไว้แล้ว



ข้อแตกต่างกันระหว่าง Leukemoid Reaction และ Chronic myeloid leukemia (CML)
                1.Leukocyte alkaline phosphatase (LAP)  score ของ CML จะมีค่าต่ำเพระเซลล์เม็ดเลือดที่เพิ่มจำนวนมากนั้นเป็นเซลล์ที่ผิดปกติทำหน้าที่ไม่ได้
                2.Blood Smear พบว่า Leukemoid Reaction เม็ดเลือดขาวส่วนมากนั้นเป็น Neutrophil เพราะเป็นการตอบสนองต่อการติดเชื้อเท่านั้นครับ ส่วน CML เรายังคงพบ Basophil และ Eosinophil ได้บ้างครับ เพราะเป็นความผิดปกติทั้งสาย myeloid
                3.Red Blood Cells และ Platelet เหตุผลเหมือนข้อสองนะครับ Leukemoid reaction เป็นภาวะตอบสนองต่อการติดเชื้อเท่านั้นครับ ดังนั้น RBCs และ Platelets จะมีค่าที่ปกติครับ ส่วน CML พบว่า RBCs นั้นมีค่าต่ำ ผู้ป่วยจะเป็นภาวะโลหิตจาง(anemia) และ Platelets นั้นจะมีค่าสูงครับ
สุดท้ายนี้ การตรวจหา Ph chromosome นั้นจะค่อนข้างแน่นอนกว่าการวินิจฉัยด้วยวิธีอื่น ๆ แต่อย่างไรก็ตามมีการพบว่า ในผู้ป่วย CML บางคนถึงแม้ว่าจะมี BCR/ABL ยีนอยู่แต่ก็ไม่พบว่ามี Philadelphia chromosome ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานว่าการกลายพันธ์ในลักษณะอื่น ๆ ก็สามารถทำให้เกิด CML ได้เช่นกันครับ


แหล่งอ้างอิง

https://www.cancer.org/cancer/chronic-myeloid-leukemia/causes-risks-prevention/what-causes.html


ความแตกต่างระหว่าง Leukemoid Reaction และ Chronic myeloid leukemia(CML)
Leukemoid Reaction#Leukemoid Reaction#Leukemoid Reaction คืออะไร
Chronic myeloid leukemia(CML)#Chronic myeloid leukemia(CML)# CML คืออะไร

จบเทคนิคการแพทย์จะมีงานทำไหม?


  • เทคนิคการแพทย์ จบมาทำงานอะไร
  • เทคนิคการแพทย์ จะตกงานไหม
        สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังจะแอดมิชชันคงสงสัยนะครับว่า อาชีพเทคนิคการแพทย์ หรือคณะเทคนิคการแพทย์นี้คืออะไร ทำงานอย่างไร วันนี้เลยจะมาตอบคำถามเหล่านี้ให้ชัดเจนเลยนะครับสำหรับน้องๆ ที่กำลังจะตัดสินใจหรือลังเลที่จะเลือกเรียนเทคนิคการแพทย์

  1. เทคนิคการแพทย์ จบมาทำงานอะไร  สำหรับคำถามนี้เคยได้เขียนไว้ในบทความ หมอแล็ปคืออะไร? ไว้อย่างละเอียดแล้วนะครับ หากพูดโดยย่อๆ นักเทคนิคการแพทย์ก็คือ บุคคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานภานในห้องแล็ปของโรงพยาบาลนั่งเอง มีหน้าที่ค่อยรับสิ่งส่งตรวจ เช่น เลือด ปัสสาวะ หรือเนื้อเยื่อต่างๆ มมาทำการตรวจวิเคราะห์ เช่น การติดเชื้อ หรือ ระดับน้ำตาล และไขมันในเลือด และในอนาคตอาจพัฒนาไปถึงขั้นตรวจในระดับสารพันธุกรรม หรือดีเอ็นเอเลยนะครับ ซึ่งเริ่มมีบ้างแล้วในโรงพยาบาลใหญ่ๆ หรือเอกชน
  2. เทคนิคการแพทย์ จะตกงานไหม?
      หากใครกังวลว่าอาชีพเทคนิคการแพทย์จบมาแล้วจะตกงาน หรือทำแล้วเบื่อเพราะต้องอยู่แต่ในห้องแล็ป จริงๆ แล้วนอกจาการทำงานในห้องแล็ปแล้ว นักเทคนิคการแพทย์ยังสามารถทำงานเป็นตัวแทนจำหน่ายอุปณ์ทางห้องปฏิบัติการ หรือนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งใช้ความรู้มากเลยทีเดียว ไม่ใช่ขายของอย่างเดียว หรืออาชีพอื่นจะมาแย่งกันได้ง่ายๆครับ เพราะนอกจากขายแล้วเรายังต้องสามารถดูแลบำลุงเครื่องมือ คอยตอบคำถามเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล บางครั้งอาจเป็นหมอมาถามเอง โดยต้องอ้างอิงความรู้ที่ได้เรียนรู้มาเฉพาะเทคนิคการแพทย์เลยนะเออ ซึ่งจะเห็นได้ว่ายากที่ใครจะมาแย่งงานในจุดนี้ได้
          สำหรับงานในห้องแล็ปเอง ก็มีเยอะมากครับ ยิ่งโรงพยาบาลเอกชนมีจำนวนเพิ่มขึ้นสูงมากในปัจจุบัน และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาจมีติดขัดแย่งงานกันบ้างในช่วงที่หลายๆ สถานบันจบกาศึกษา เพราะคนจบออกมาเยอะก็แข่งขันสูงเพื่อทำงานในโรงพยาบาลไกล้บ้าน หรือค่าตอบแทนสูง แต่หลังจากนั้นก็หาไม่ยากครับ
           เพิ่มเติมนิดนึงครับ ไม่ใช่แค่แล็ปโรงพยาบาลอย่างเดียวนะครับ เรายังสามารถทำงาานในคลินิคผู้มีบุตรยาก ทำเกี่ยวกับผสมตัวอ่อนได้ด้วยนะครับ ค่าตอบแทนค่อยข้างสูงเช่นกัน สุดท้ายนี้ก็หวังว่าบทความนี้อาจจะเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับน้องๆ ที่จะตัดสินใจในการเลือกเรียนเทคนิคกาแพทย์นะครับ ขอบคุณครับบบ



การตรวจ NIPT หรือ Non-Invasive Prenatal Testing คืออะไร?

NIPT (Non-Invasive Prenatal Testing) การตรวจทางเลือกที่ปลอดภัยและแม่นยำสำหรับหญิงตั้งครรภ์ การตรวจคัดกรองก่อนคลอดบุตรมีความสำคัญอย่างมากในกา...