ลำดับการเจาะเก็บเลือดใส่หลอด (order of blood draw) มีความสำคัญอย่างไร

ลำดับการเจาะเก็บเลือดใส่หลอด (Order of Blood Draw)

การเจาะเก็บเลือดเพื่อการตรวจวินิจฉัยเป็นขั้นตอนที่สำคัญในงานทางการแพทย์ การปฏิบัติที่ถูกต้องช่วยให้ได้ตัวอย่างที่มีคุณภาพ ลดความเสี่ยงของการปนเปื้อนระหว่างหลอดเก็บเลือด และเพิ่มความแม่นยำของผลการตรวจ ลำดับการเจาะเก็บเลือดได้รับการกำหนดโดยมาตรฐานสากล เช่น จาก Clinical and Laboratory Standards Institute (CLSI) ซึ่งมีเหตุผลเพื่อป้องกันการปนเปื้อนสารเติม (additives) ในหลอดต่างๆ ต่อไปนี้คือลำดับและรายละเอียดของหลอดเก็บเลือด:

1. หลอดสำหรับการเพาะเชื้อ (Blood Culture Bottles)

  • ลักษณะ: ขวดสำหรับเก็บตัวอย่างเลือดในระบบปลอดเชื้อ

  • เหมาะสำหรับตรวจ: การตรวจการติดเชื้อในกระแสเลือด (bacteremia/septicemia)

  • เหตุผล: การเพาะเชื้อจำเป็นต้องได้ตัวอย่างที่ปลอดจากการปนเปื้อนสารอื่นๆ ก่อนเก็บตัวอย่างในหลอดอื่น

2. หลอดสีฟ้าใส่สารโซเดียมซิเตรต (Light Blue Top)

  • ลักษณะ: มีสารโซเดียมซิเตรต (3.2% หรือ 3.8%)

  • เหมาะสำหรับตรวจ: การแข็งตัวของเลือด (Coagulation tests) เช่น PT, APTT, INR

  • เหตุผล: สารโซเดียมซิเตรตทำหน้าที่จับแคลเซียมในเลือดเพื่อป้องกันการแข็งตัว

3. หลอดสีแดง (Red Top)

  • ลักษณะ: ไม่มีสารเติม หรือมีเจลช่วยแยกเซรั่ม

  • เหมาะสำหรับตรวจ: การตรวจทางเคมีคลินิก (Serum Chemistry) เช่น การตรวจเอนไซม์ตับ การตรวจระดับฮอร์โมน การตรวจระดับยาหรือสารพิษ

  • เหตุผล: ใช้เพื่อให้ได้เซรั่มที่ปราศจากสารเติมใดๆ

4. หลอดสีทองหรือหลอด SST (Serum Separator Tube)

  • ลักษณะ: มีเจลแยกเซรั่มและสารกระตุ้นการแข็งตัว

  • เหมาะสำหรับตรวจ: การตรวจทางเคมีคลินิกและฮอร์โมน เช่นเดียวกับหลอดสีแดง

  • เหตุผล: เจลช่วยแยกเซรั่มจากส่วนประกอบเลือดอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. หลอดสีเขียว (Green Top)

  • ลักษณะ: มีสารเฮพาริน (Lithium Heparin หรือ Sodium Heparin)

  • เหมาะสำหรับตรวจ: การตรวจทางเคมีคลินิกในพลาสมา เช่น การตรวจแก๊สในเลือด (Blood Gas) การตรวจอิเล็กโทรไลต์

  • เหตุผล: สารเฮพารินช่วยป้องกันการแข็งตัวของเลือด

6. หลอดสีม่วง (Lavender Top)

  • ลักษณะ: มีสาร EDTA (Ethylenediaminetetraacetic acid)

  • เหมาะสำหรับตรวจ: การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC), HbA1c, การตรวจ DNA

  • เหตุผล: EDTA ช่วยจับแคลเซียมในเลือดและรักษาสภาพเม็ดเลือดได้ดีที่สุด

7. หลอดสีเทา (Gray Top)

  • ลักษณะ: มีสารโพแทสเซียมออกซาเลตและโซเดียมฟลูออไรด์

  • เหมาะสำหรับตรวจ: การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (Glucose Testing)

  • เหตุผล: สารโซเดียมฟลูออไรด์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการสลายน้ำตาล

8. หลอดสีอื่นๆ (ถ้ามี)

  • หลอดสีเหลือง (ACD Tube): ใช้สำหรับตรวจทางพันธุกรรม

  • หลอดสีดำ: ใช้สำหรับการวัดอัตราการตกตะกอนของเม็ดเลือดแดง (ESR)

เหตุผลในการปฏิบัติตามลำดับการเจาะเก็บเลือด

  • ป้องกันการปนเปื้อนสารเติม: เช่น สาร EDTA ในหลอดสีม่วงอาจรบกวนการตรวจแคลเซียมหรือโพแทสเซียมในหลอดอื่น

  • เพิ่มความแม่นยำของผลตรวจ: ตัวอย่างเลือดที่ได้จะเหมาะสมกับการตรวจในแต่ละหลอด

การเจาะเก็บเลือดในลำดับที่เหมาะสมช่วยลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นและเพิ่มคุณภาพของผลตรวจ การเรียนรู้และปฏิบัติตามมาตรฐานเหล่านี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ เช่น เทคนิคการแพทย์และพยาบาล


https://blog.degruyter.com/order-blood-draw-importance-blood-sample-collection/

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

การตรวจ NIPT หรือ Non-Invasive Prenatal Testing คืออะไร?

NIPT (Non-Invasive Prenatal Testing) การตรวจทางเลือกที่ปลอดภัยและแม่นยำสำหรับหญิงตั้งครรภ์ การตรวจคัดกรองก่อนคลอดบุตรมีความสำคัญอย่างมากในกา...