ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

BMI หรือ ดัชนีมวลกาย (Body Mass Index) คืออะไร

 ความหมายของค่า BMI

BMI หรือ ดัชนีมวลกาย (Body Mass Index) เป็นค่าที่ใช้วัดระดับความสมส่วนของร่างกาย โดยคำนวณจากน้ำหนักและส่วนสูง เป็นตัวชี้วัดพื้นฐานที่แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ใช้ในการประเมินความเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนักตัว เช่น โรคอ้วน โรคหัวใจและหลอดเลือด และเบาหวาน เป็นต้น


การคำนวณ BMI

สูตรการคำนวณดัชนีมวลกายคือ:

BMI=น้ำหนักตัว (กิโลกรัม)ส่วนสูง (เมตร)2\text{BMI} = \frac{\text{น้ำหนักตัว (กิโลกรัม)}}{\text{ส่วนสูง (เมตร)}^2}

ตัวอย่างการคำนวณ:
หากคุณมีน้ำหนัก 70 กิโลกรัม และสูง 1.75 เมตร

BMI=70(1.75)2=22.86\text{BMI} = \frac{70}{(1.75)^2} = 22.86

ค่า BMI ของคุณจะเท่ากับ 22.86 ซึ่งอยู่ในช่วง "น้ำหนักปกติ"


การแปลผลค่า BMI

ช่วง BMI (กก./ม²)การแปลผล
ต่ำกว่า 18.5น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์
18.5 – 24.9น้ำหนักปกติ
25.0 – 29.9น้ำหนักเกิน
30.0 ขึ้นไปโรคอ้วน (Obesity)

หมายเหตุ: ค่า BMI อาจไม่ได้เหมาะสมกับทุกกลุ่มคน เช่น นักกีฬา ผู้ที่มีกล้ามเนื้อมาก หรือผู้สูงอายุ ควรใช้ร่วมกับตัวชี้วัดอื่น เช่น เส้นรอบเอว และเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย


ข้อดีของการใช้ BMI

  1. ประเมินความเสี่ยงเบื้องต้น: ใช้ในการประเมินความเสี่ยงต่อโรคที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนัก เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และความดันโลหิตสูง
  2. ง่ายและรวดเร็ว: การคำนวณไม่ซับซ้อนและไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ
  3. มาตรฐานสากล: ใช้ได้ในทุกกลุ่มประชากรทั่วโลก

ข้อจำกัดของ BMI

  1. ไม่แยกน้ำหนักส่วนไขมันและกล้ามเนื้อ: ผู้ที่มีกล้ามเนื้อเยอะ เช่น นักกีฬา อาจมีค่า BMI สูงแต่ไม่ได้อ้วน
  2. ไม่เหมาะกับเด็กและผู้สูงอายุ: สำหรับเด็กหรือผู้สูงอายุ ควรใช้การประเมินแบบอื่นร่วมด้วย เช่น น้ำหนักตามเกณฑ์อายุ
  3. ไม่คำนึงถึงความแตกต่างของเพศและชาติพันธุ์: ผู้หญิงและผู้ชายอาจมีองค์ประกอบของร่างกายแตกต่างกัน

BMI และการดูแลสุขภาพ

  1. รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ: หาก BMI ของคุณอยู่ในช่วง 18.5–24.9 คุณควรดูแลสุขภาพเพื่อรักษาน้ำหนักในเกณฑ์นี้
  2. เพิ่มกิจกรรมทางกาย: สำหรับผู้ที่น้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน การออกกำลังกายช่วยลด BMI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. ปรับพฤติกรรมการกิน: ควบคุมอาหารและเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ และหลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง

สรุป

BMI เป็นตัวชี้วัดที่ง่ายและมีประโยชน์ในการประเมินสุขภาพเบื้องต้น แต่ควรใช้อย่างระมัดระวังและพิจารณาร่วมกับตัวชี้วัดอื่น ๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลสุขภาพที่ครอบคลุมมากขึ้น หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ BMI หรือสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพื่อคำแนะนำที่เหมาะสมกับตัวคุณเอง!


ที่มา

https://www.cdc.gov/bmi/about/index.html

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หลอดใส่เลือดมี่กี่ชนิด (tube เลือดมี่กี่ชนิด)

        หลาย ๆ ท่านอาจสงสัยนะครับว่าเวลามีนัดต้องไปพบแพทย์ และเมื่อถึงเวลาเจาะเลือด ทำไมถึงต้องเก็บเลือดเราไปทีละหลาย ๆ หลอดและในการนัดแต่ละครั้งก็มีการเจาะเลือดไปไม่เหมือนเดิมกับครั้งก่อน วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกันครับว่าหลอดใส่เลือดแต่ละแบบมีความแตกต่างกันอย่างไร         ปัจจุบันในทางการแพทย์หลอดสำหรับเก็บตัวอย่างเลือดนั้นถูกพัฒนามาหลายรูปแบบด้วยกัน เพื่อให้มีประสิทธิภาพสำหรับตรวจทางห้องปฏิบัติการรวมถึงระยะในการเก็บรักษาตัวอย่างเลือดให้มีความเหมาะสม และมีประสิทธิภาพสูงสุดตามวัตถุประสงค์ของการตรวจทางห้องปฏิบัติการครับ สำหรับในวันนี้จะพามาทำความรู้จักกับหลอดเลือดพื้นฐานที่ใช้ในการตรวจประจำของโรงพยาบาลโดยทั่วไปครับ  สิ่งที่อยู่ในหลอดเลือดแต่ละสี        สิ่งที่อยู่ข้างในหลอดเลือดสีต่าง ๆ คือ สารเคมีที่ป้องกันการแข็งตัวของเลือด (สารกันเลือดแข็ง) โดยในหลอดแต่ละสีก็จะมีสารกันเลือดแข็งคนละชนิดกันครับ ซึ่งสาเหตุที่ต้องใช้สารกันเลือดแข็งหลายชนิด ไม่สามารถใช้ชนิดเดียว หรือหลอดเดียวสำหรับารตรวจได้ทั้งหมดก็เพราะว่าส...

DNA ตอนที่ 1 : DNA คืออะไร และโครงสร้างของ DNA

สารพันธุกรรม (genetic materials) ห มายถึงสารที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูลพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตทั้งสิ่งมีชีวิตระดับโปรคาริโอต (prokaryote) และยูคาริโอต (eukaryote) โดยสารพันธุกรรมประกอบด้วย ดีเอ็นเอ (deoxyribonucleic acid หรือ DNA) และอาร์เอ็นเอ (ribonucleic acid หรือ RNA) การเก็บรักษาข้อมูลพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตเกิดจากการเรียงลำดับของหน่อยย่อยที่สุดของ DNA และ RNA อย่างเป็นระเบียบและมีความหมาย ซึ่งหน่อยย่อยของดีเอ็นเอและอาร์เอ็นเอเราเรียกว่า นิวคลีโอไทด์ (nucleotide) สิ่งมีชีวิตจะทำการแปลรหัสข้อมูลนิวคลีโอไทด์เหล่านี้ออกมาเป็นโปรตีนเพื่อทำหน้าที่ต่าง ๆ ของเซลล์หรือร่างกายของสิ่งมีชีวิตต่อไปผ่านการทำงานร่วมกันตั้งแต่ DNA RNA ไปจนถึงขั้นตอนการสั่งเคราะห์โปรตีน อย่างไรก็ตามสิ่งมีชีวิตบางประเภทจะเก็บข้อมูลพื้นฐานของตัวเองในรูปแบบของ RNA เท่านั้น เช่นไวรัสในกลุ่มรีโทรไวรัส หรือที่เรารู้จักกันดีก็คือไวรัสโควิด ภาพที่ 1 แสดงโครงสร้างจำลองของ DNA ที่มาภาพ : http://becuo.com/red-dna-wallpaper   DNA (deoxyribonucleic acid )                  D...

ความแตกต่างระหว่าง Leukemoid Reaction และ Chronic myeloid leukemia (CML)

***แก้ไขหน่วยในภาพ cell/ml เป็น cell/ul Leukemoid Reaction (LR) คือ ภาวะหนึ่งที่ร่างกายมีการสร้างเม็ดเลือดขาวออกมาในปริมาณมาก (>50,000 cell/ul) เพื่อตอบสนองต่อ ภาวะความผิดปกติบางอย่าง เช่นภาวะการติดเชื้ออย่างรุนแรง (severe infection)  เม็ดเลือดขาวที่เพิ่มขึ้นผิดปกติจำนวนมากจะเป็น mature cells  แต่ก็อาจพบเม็ดเลือดขาวระยะตัวอ่อนได้บ้างซึ่งการที่เราพบเม็ดเลือดตัวอ่อนในเลือดจะเรียกว่า Shift to the left  โดยเมื่อส่องดูเสมียร์เลือด (blood smear) ด้วยกล้องจุลทรรศน์แล้วจะพบว่ามีลักษณะที่คล้ายกับโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิด Chronic myeloid leukemia (CML) แต่ก็มีลักษณะที่สามารถทำให้แยกออกจากกันได้ครับโดยการวินิจฉัย LR นั้นจะเป็น exclusion criteria ของมะเร็งเม็ดเลือดขาว CML เช่น ความผิดปกติของเม็ดเลือดแดง เกร็ดเลือด และชนิดของเม็ดเลือดขาวตัวเต็มวัย หรือการเพิ่มขึ้นของค่า  Leukocyte alkaline phosphatase (LAP)  ใน LR Chronic myeloid leukemia (CML) เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวในสาย myeloid ชนิดเรื้องรัง โดยผู้ป่วย CML ส่วนใหญ่มีสาเหตุการเกิดโรคมาจากการกลายพั...